หน้าแรก เจ้าหน้าที่ ข่าวสาร
gfmis
กบข.
ภาษี เงินเดือน งบกลาง หน่วยงานอื่น
หน้าแรก
เจ้าหน้าที่การเงิน
ข่าวสารงานการเงิน
ระบบGFMIS
ก.บ.ข.
ภาษีและเงินเดือน
หน่วยเบิกจ่ายและงบกลาง
หน่วยงานในสังกัดอื่นๆ
กองการเงิน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมบัญชีกลาง
สรรพกร
กบข.
GFmis
ธ.กรุงไทย
 
 
 
 
 
 

ติดต่อ กบข.

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) คืออะไร

                  กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)  คือ  กองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539   มีสถานะเป็นองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ  ไม่มีสถานะเป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ  เป็นระบบเสริมระบบบำเหน็จบำนาญเดิม
                       (1)  วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งกองทุน
                            (1.1)  เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนการรับราชการแก่ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ
                            (1.2)  ส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก
                            (1.3)  จัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นให้แก่สมาชิก
                       (2)  หน้าที่หลัก  กบข.  มี 2  ประการ คือ
                            (2.1)  ด้านสมาชิก
                             งานที่ดำเนินการในส่วนนี้  ได้แก่  การดำเนินการเกี่ยวกับการรับข้อมูลและเงินรายเดือน  การบริหารฐานข้อมูลบัญชีสมาชิก  การจัดสรรผลประโยชน์จากการลงทุน  การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกองทุน   การจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่สมาชิก รวมถึงการจ่ายเงินสดและผลประโยชน์คืนแก่สมาชิกเมื่อพ้นจากสมาชิกภาพ
                            (2.2)   ด้านการลงทุน
                             กบข.  มีหน้าที่นำเงินที่รับเข้าจากสมาชิกไปลงทุนเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน
                       (3)  ความครอบคลุม
                            ข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.  ขณะนี้ประกอบด้วยข้าราชการ  12  ประเภท  คือ
                            -  ข้าราชการพลเรือน                        -  ข้าราชการตุลาการ
                             -  ข้าราชการอัยการ                          -  ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย
                            -  ข้าราชการครู                                -  ข้าราชการรัฐสภาสามัญ
                             -  ข้าราชการตำรวจ                           -  ข้าราชการทหาร
                             -  ข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ   -  ข้าราชการศาลปกครอง
                            -  ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
                            -  ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
                         ทั้งนี้ ข้าราชการที่รับราชการอยู่ก่อนวันที่ 27 มีนาคม 2540 (พระราชบัญญัติมีผลใช้บังคับ) จะเป็นสมาชิก กบข. หรือไม่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ   แต่ข้าราชการที่เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2540  ทุกคนต้องเป็นสมาชิก กบข.
                    (4)  การจ่ายเงินสะสม
                           ออมเงินจากเงินเดือนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด คือ 3% ของเงินเดือนทุกเดือน  และรับเงินสมทบจากรัฐเป็นรางวัลสำหรับการออมเงินในอัตราที่เท่ากัน คือ 3% ของเงินเดือนทุกเดือน
                   (5)  ผลประโยชน์ทดแทน
                         เมื่อข้าราชการออกจากงานจะได้รับเงิน 2 ส่วน คือ
   ส่วนที่ 1  เงินบำเหน็จบำนาญ (สิทธิในบำเหน็จหรือบำนาญเป็นเช่นเดิม คือขึ้นอยู่กับระยะเวลาการทำงาน) จากเงินงบประมาณ ซึ่งคำนวณจาก
   บำเหน็จ =  เงินเดือนเดือนสุดท้าย * อายุราชการ  (ปี)
   บำนาญ  =  เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย*อายุราชการ (ปี)
                                         50
                        ทั้งนี้ เงินจำนวนนี้ต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  ส่วนที่ 2  สมาชิกจะได้รับเงินก้อนจากกองทุนภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน  นับแต่เกษียณอายุหรือลาออกจากราชการซึ่งเงินก้อนนี้จะประกอบ
    -  เงินสะสม หรือเงินออมของสมาชิกที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือน
   - เงินสมทบ  หรือรางวัลการออมที่รัฐให้
   - เงินประเดิม และเงินชดเชย  เป็นเงินที่รัฐให้กับสมาชิกเพื่อชดเชยสูตรบำนาญที่จะได้น้อยลง (ชดเชยเพื่อไม่ให้ผู้เป็นสมาชิก กบข. เสียเปรียบคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก)   เงินนี้มีเงื่อนไขว่าจะจ่ายให้สมาชิกเมื่อสมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพและเลือกรับบำนาญเท่านั้น  หากสมาชิกที่เลือกรับบำเหน็จจะไม่ได้รับเงินประเดิมและเงินชดเชย เพราะไม่มีการเปลี่ยนสูตรบำเหน็จ
   - ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการบริหารเงินดังกล่าว
                   (6)  หน่วยงานกำกับดูแล   คณะกรรมการ กบข. เป็นผู้กำหนดนโยบายและกำกับดูแลเพื่อให้มีการบริหารที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย
 

 

   
 

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
                         การจ่ายบำเหน็จบำนาญจะคำนึงถึงอายุราชการและเหตุที่ต้องออกจากราชการเป็นสำคัญ ดังนี้

            


เหตุในการเกิดสิทธิ์

สิทธิบำเหน็จ

สิทธิรับบำนาญ

รับราชการนาน

มีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 25 ปีบริบูรณ์

มีอายุราชการตั้งแต่ 25 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

ทุพพลภาพ (มีแพทย์รับรอง)

มีอายุราชการตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 10 ปีบริบูรณ์

มีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

ทดแทน (ยุบ/ยกเลิกตำแหน่ง)

มีอายุราชการตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 10 ปีบริบูรณ์

มีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

สูงอายุ (ลาออกเมื่ออายุครบ 50 หรือ 60 ปี บริบูรณ์

มีอายุราชการตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปแต่ไม่ถึง 10 ปีบริบูรณ

มีอายุราชการตั้งแต่ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

สูตรการคำนวณบำนาญรายเดือนใหม่


สูตรบำนาญเดิม

=      เงินเดือนเดือนสุดท้าย x เวลาราชการ

 

50 หรือ 55 แล้วแต่กรณี

 

 

สูตรบำนาญใหม่

=     เงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย x เวลาราชการ

 

50

ทั้งนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 70 ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

   
 

เกษียณอายุ

พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 มาตรา 44 กำหนดไว้ว่า "สมาชิกภาพของสมาชิกจะสิ้นสุดลงเมื่อผู้นั้นออกจากราชการ..." ดังนั้น เมื่อสมาชิก กบข. ออกจากราชการเนื่องจากเกษียณอายุราชการ จึงถือว่าสิ้นสุดการเป็นสมาชิก กบข. ด้วย และให้มีสิทธิได้รับเงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินแต่ละประเภท ตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้

โดยในปี 2552 นี้มีสมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุตามเกณฑ์ปกติประมาณ 10,200 ราย ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ข้าราชการทหาร และข้าราชการตำรวจ ซึ่งยังไม่รวมถึงสมาชิกที่เข้าโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) ประจำปีงบประมาณ 2553 ตามที่ส่วนราชการอนุมัติ โดย กบข. กำหนดเริ่มเปิดรับเอกสารขอรับเงินคืนของสมาชิก ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

สมาชิกโปรดศึกษารายละเอียดและคำแนะนำต่างๆ เกี่ยวกับการยื่นขอรับเงินจาก กบข. ได้ โดยคลิกที่เมนูหัวข้อต่างๆ

   
       
       
 
 
 
 
 
งานการเงิน กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 31

ติดต่อ    e-mail      bpp_31_6@yahoo.com   หรือ     โทร 055-984718